Digital Asset หรือ สินทรัพย์ดิจิทัล คือสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง แต่ราคาที่ผันผวนและโปรเจคต์หลอกลวงที่มีอยู่มากมาย แล้วทำไมเราถึงต้องลงทุนในคริปโต?
ตลาดการลงทุน ที่ไร้ทิศทางแบบนี้สิ่งที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญคือการบริหารเงินในพอร์ตเพราะตลาดจะมีการเหวี่ยงตัวที่แรง อย่าลงทุนด้วยเงินทั้งหมดในครั้งเดียว
Proof Of Stake กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะสามารถสร้าง Passive Income ได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนกับเครื่องขุดและค่าไฟฟ้าที่แสนแพง
ธนาคารกรุงไทย เผยขายพันธบัตรรัฐบาลไทยผ่านบล็อกเชนหมดภายใน 99 วินาที เฉลี่ยวินาทีละ 2.02 ล้านบาท ยอดลงทุนเฉลี่ย 145,560 บาทต่อคน จำนวนผู้ซื้อ 1,374 คน
ตราสารอนุพันธ์ มีลักษณะเป็น Zero Sum Games เมื่อมีใครกำไรอีกคนหนึ่งจะต้องขาดทุน ประกอบกับการที่ใช้เงินจำนวนน้อยและมี Leverage ทำให้นักเทรดส่วนใหญ่ขาดทุน
Messari เผยนักลงทุนสถาบันคือความหวังที่จะดันบิทคอยน์แตะ 50,000 ดอลลาร์ เพียงแบ่งเงิน 1% มาลงทุนซึ่งมีมูลค่าประมาณ 480,000 ล้านดอลลาร์ ลิทคอยน์จะแตะ 1Trilion
ตราสารอนุพันธ์ สามารถสร้างผลตอบแทนได้มหาศาล แต่ขณะเดียวกันก็สามารถทำให้เราเป็นหนี้หรือถึงกับหมดเนื้อหมดตัวได้เลยทีเดียว เราจึงต้องเข้าใจให้ดีก่อนเทรด
ตลาดคริปโตเช้านี้ส่งแสงเขียวอ่อนๆให้เห็นโดยปรับตัวบวกขึ้นประมาณ 2-3% เช่นเดียวกับราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นสวนทางกับตลาดหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลในการแพร่ระบาดรอบที่สองของไวรัสโควิดในหลายประเทศ
NASDAQ สร้างจุดสูงสุดใหม่ในปีนี้ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 14% ขณะที่บิทคอยน์สร้างผลตอบแทนได้ 30% ในปีนี้ แต่ระยะสั้นบิทคอยน์ยังน่าสนใจกว่า
บิทคอยน์ มีคุณสมบัติที่เรียกว่า Store Of Value หรือสิ่งกักเก็บมูลค่า สามารถใช้แทนเงินได้เช่นเดียวกับทองคำ อีกทั้งยังมีจำนวนจำกัดคือ 21 ล้านหน่วยเท่านั้น
