fbpx
Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

Hash Rate ของ Bitcoin พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดตลอดกาลอีกครั้ง เตรียมรับ Halving

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าราคา Bitcoin (BTC) จะปรับตัวลดลงเกือบ 12% แต่ค่า Hash Rate หรือกำลังการประมวลผลของเครือข่าย Bitcoin ได้พุ่งขึ้นสวนทางกับราคา จนทำลายสถิติทำจุดสูงสุดตลอดกาลได้อีกครั้ง หลังจากที่ได้เคยทำสติถิเก่าไปเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

โดยจากการติดตามอัตราการการเติบโตของค่า Hash Rate บนเครือข่ายของ Bitcoin พบว่า ได้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา 

Hash Rate คืออะไร?

Hash Rate หมายถึง กำลังการคำนวณที่นักขุดใช้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนของ Bitcoin ซึ่งถ้าหากยิ่งมีค่าสูงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีกำลังประมวลผลมากขึ้นเท่านั้น นั่นแสดงให้เห็นว่าเหล่านักขุดยังเชื่อมั่นในผลกำไรที่จะได้จากการขุด และมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความปลอดภัยของเครือข่ายให้มากยิ่งขึ้น

จากข้อมูลของ Bitinfocharts พบว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา มีอัตราค่า Hash rate อยู่ที่มากกว่า 120 ล้าน TH/s ขณะที่ จากการตรวจสอบของทางด้านเว็บไซต์ Blockchain.com รายงานว่าตัวเลขค่า Hash rate นั้นมีค่าสูงสุดใหม่อยู่ที่เกือบ 140 ล้าน TH/s 

โดยค่า Hash Rate ในครั้งนี้พุ่งสูงขึ้นมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบจากการทำจุดสูงสุดตลอดกาลไปเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ปีที่แล้ว ที่มีค่าสูงสุดอยู่ที่ 65.19 ล้าน TH/s

ทั้งนี้ จากรายงานของ Cointelegraph ระบุว่า ตัวเลข Hash Rate นั้นสามารถทำได้เพียงการประมาณการณ์คร่าว ๆ ของกำลังการขุดเท่านั้น โดยในปี 2019 ที่ผ่านมา หลายคนเห็นว่า Hash Rate ลดลงอย่างกะทันหัน แต่ในเวลาต่อมาพบว่าไม่ได้มีจำนวนนักขุดลดลงแต่อย่างใด

ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ มีการคาดการณ์ว่า Hash Rate จะเพิ่มสูงขึ้นไปอีก จากการที่รางวัล Block Rewards หรือบิทคอยน์ใหม่ที่เป็นรางวัลให้เหล่านักขุดในแต่ละบล็อคนั้นลดลงครึ่งหนึ่งจาก 12.5 BTC เหลือเพียง 6.25 BTC 

แล้วมันสำคัญยังไง?

โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางด้าน PlanB นักวิเคราะห์ที่ได้ทำการสร้างรูปแบบการพยากรณ์ราคา stock-to-flow ที่มีความแม่นยำสูงสำหรับบิทคอยน์ ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นในทฤษฎีของตนเอง โดยเขามองว่า Halving ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนนี้ จะให้ผลคล้ายกับการ Halving ในช่วงปี 2012 และ 2016 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ Hash Rate ค่าความยากในการขุด และราคาของบิทคอยน์อย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ U.Today ได้รายงานว่า นาย Alex de Vries เจ้าของนิตยสารเงินดิจิทัล ออกมาเผยว่า ในไม่ช้าเครื่องขุด Bitcoin กว่า 98% จะกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากมันกำลังจะล้าสมัยทันทีหลังจากการ halving และในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าเหล่านักขุด Bitcoin ก็กำลังเตรียมพร้อม โดยการเปลี่ยนเครื่องขุดให้เป็นรุ่นที่มีกำลังประมวลผลสูงกว่าเดิมแล้ว

ในปัจจุบัน คาดว่าปริมาณ Bitcoin ที่ไหลเวียนอยู่ในระบบมีมากกว่า 17 ล้านเหรียญ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายฝ่ายประเมิณว่ามี Bitcoin มากกว่า 4 ล้านเหรียญที่อาจหายไปแล้วตลอดกาลจากการจัดเก็บที่ไม่ดี ผู้ใช้งานที่ลืมรหัสลับ หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตไปแล้ว ส่งผลให้จำนวนบิทคอยน์ที่ไหลเวียนอยู่ในตลาดนั้นอาจน้อยกว่าที่ทุกท่านคิดไว้

นอกจากนี้ หลายฝ่ายมองว่าการ Halving ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นพฤษภาคมนั้น จะยิ่งทำให้ราคา Bitcoin ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นไปอีก เนื่องจากปริมาณบิทคอยน์ที่ออกมาใหม่จะหายไปถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว 

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง: บิทคอยน์ทำลายโลก? ส่งบิทคอยน์หนึ่งครั้งใช้พลังงานเท่ากับดูยูทูปถึง 52,000 ชั่วโมง?!

Leave a comment

เกี่ยวกับ SuperCryptoNews

สื่อชั้นนำด้านบล็อกเชนและคริปโตในภูมิภาคเอเชีย นำเสนอข่าวสารด้านเทคโนโลยีและการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลอย่างรอบด้านและเจาะลึก ครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะสิงคโปร์และประเทศไทย

สมัครรับข่าวสารจาก SCN