fbpx
Skip to content Skip to footer

บทเรียนการ Cut Loss จากนักลงทุนระดับโลก

Cut Loss

คำว่า “STOP LOSS” , “CUT LOSS” หรือที่เรียกว่า “ตัดขาดทุน” คงเป็นคำที่นักลงทุนสาย Technical  คงคุ้นเคยกับเป็นอย่างดี แต่ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะเน้นเก็งกำไรหรือลงทุนระยะยาว การรู้จักตัดขาดทุนให้เป็นนั้นก็เป็นส่วนสำคัญของการลงทุนให้ประสบความสำเร็จข้อหนึ่งเช่นกัน

นักลงทุนระดับโลกที่ประสบความสำเร็จล้วนแล้วแต่”ตัดขาดทุน”เป็นทั้งสิ้น เรามาเรียนรู้แนวคิดและประสบการณ์ของเขาเหล่านี้และนำไปปรับใช้การเทรดคริปโตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกันดีกว่า

Warren Buffett 

“อย่าขาดทุน” วลีเด็ดของนักลงทุนระดับโลกอย่าง Warren Buffett ซึ่งมักจะถูกตีความออกไปต่าง ๆ นา ๆ จนบางครั้งเป็นที่มาของความเข้าใจผิดในกลุ่มนักลงทุนระยะยาวบางท่านกลายเป็นมีความเชื่อว่า “ไม่ขาย ไม่ขาดทุน”  แม้ในบางครั้งราคาหุ้นอาจจะร่วงไปมากกว่า 50% แล้วก็ตาม

ในทางปฏิบัติ จริงอยู่ว่าราคาหุ้นนั้นมีความผันผวนที่สูงมาก แต่บางครั้งเราก็ต้องแยกให้ออกว่าราคาผันผวนจริง หรือผลประกอบการของบริษัทกำลังเป็นขาลง จนทำให้ราคาหุ้นตกต่ำลงหรือเปล่า 

ดังนั้นคำว่า “อย่าขาดทุน” นั้นหมายถึงการรู้จักรักษาเงินต้น เป็นการลงทุนด้วยแนวคิดที่คำนึงถึงความปลอดภับมากกว่าความคาดหวังในการทำกำไร โดยแทนที่จะมองหาหุ้นที่มีโอกาสการทำกำไรหวือหวา ให้มองหาหุ้นที่พื้นฐานแข็งแกร่ง มีการเติบโตในระยะยาว และที่สำคัญสามารถอยู่รอดในยามที่ตลาดหุ้นผันผวนหรือแม้แต่เป็นขาลง

เพราะฉนั้นเมื่อเรารู้ตัวว่าหุ้นที่เราลงทุนนั้นไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด ต้องรู้จักที่จะตัดสินใจตัดขาดทุนก่อนที่จะบานปลายไปมากขึ้น

George Soros 

แม้แต่ George Soros นักเก็งกำไรที่มีชื่อเสียงระดับโลกฉายา”พ่อมดการเงิน” โดยเป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยจากเหตุการโจมตีค่าเงินบาทเมื่อสมัยปี 40 อันเป็นผลให้เกิดวิกฤตต้มยำกุ้งของไทย เขาก็มีกฏเหล็กที่ทำให้ตัวเองสามารถประสบความสำเร็จมากกว่านักลงทุนท่านอื่น นั่นคือ “การรับรู้ถึงการขาดทุนได้เร็วกว่า และเดินหน้าลงทุนใหม่แทน”

บทเรียนเรื่องนี้มักจะเป็นอุปสรรคสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ในตลาดหุ้น ที่นำเงินก้อนแรกในชีวิตมาลงทุนในตลาดแล้วไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ มักไม่ยอมรับการขาดทุนตั้งแต่แรก ๆ และปล่อยให้ขาดทุนหนักจนถึงจุดที่รับไม่ไหว จนต้องขายและออกจากตลาดหุ้นไป จนเป็นที่มาของคำที่นักลงทุนคุ้นหูกันว่า “วิถีของเม่า” และ “ติดดอย” นั้นเอง

ดังนั้นสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ในตลาดช่วง 1-3 ปีแรก ยังไม่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ได้กำไรเยอะ แต่เปลี่ยนแนวคิดเป็นทำอย่างไรก็ได้ให้รักษาเงินต้นไว้ได้มากกว่า โดยการรู้จักตัดขาดทุนให้ไวและไม่ยึดติดเสียใจกับการขาดทุน ลุกขึ้นมาเดินหน้าต่อแล้วประสบการณ์ที่เราค่อย ๆ สั่งสมมาจะสอนเราเองจนสุดท้ายมันจะเริ่มผลิดอกออกผลเมื่อถึงเวลา

Anthony Bolton

ผู้จัดการกองทุนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่งของประเทศอังกฤษนาย Anthony Bolton กล่าวว่า งานของนักบริหารการเงินมืออาชีพ ไม่ใช่แค่มองหาหุ้นดี ๆ แต่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงหายนะที่กำลังจะเกิดให้ทันเวลาอีกด้วย

ถึงแม้จะเป็นการลงทุนในกองทุนมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ บางกองทุนลงทุนในหุ้นทั่วโลกหลักร้อยหรือหลักพันตัว ก็ไม่เคยที่จะปล่อยให้หุ้นที่มีแนวโน้มไปในทิศทางที่เป็นลบหรือขาดทุนมากเกินไปอยู่ในพอร์ตการลงทุน และพร้อมที่จะตัดขาดทุนหรือขายออกไปทุกเมื่อ เมื่อทิศทางไม่ได้ไปตามที่วิเคราะห์ไว้เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะที่จะตามมาได้ทันท่วงที

สรุปจากบทเรียนถึงความสำคัญของการตัดขาดทุน

จุดเชื่อมโยงสำคัญของนักลงทุนระดับโลก ไม่ว่าจะลงทุนระยะยาว นักเก็งกำไร หรือผู้จัดการกองทุน ล้วนคำนึงถึงการตัดขาดทุนเพื่อรักษาเงินทุนเริ่มต้นส่วนใหญ่ไว้  รวมถึงรู้จักค่าเสียโอกาส หรือ Opportunity Cost หากลงทุนในหุ้นผิดตัวและไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองก็จะทำให้สูญเสียโอกาสไปลงทุนในหุ้นที่ดีกว่า

Initial loss Gain needed to recovery
5% 5.3%
10% 11.1%
20% 25.0%
30% 42.9%
40% 66.7%
50% 100%
60% 150%
70% 233.3%
80% 400%
90% 900%
95% 1900%

จากตารางจะเห็นได้ว่าการขาดทุนยิ่งมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้กำไรที่เราจะต้องทำให้ได้เพื่อคืนเงินต้นยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น และความผิดพลาดหลักของนักลงทุนรายย่อยเมื่อขาดทุนในระดับ  5% – 10% แล้วไม่ยอมตัดขาดทุน ทั้ง ๆ ที่บางครั้งก็รู้ว่าราคาและปัจจัยพื้นฐานของหุ้นมีแนวโน้มเปลี่ยนไปแล้ว แต่กลับยอมถือจนขาดทุนไปเรื่อย ๆ รู้ตัวอีกทีอาจจะไปตัดขาดทุนเมื่อขาดทุนไปแล้ว  50% ซึ่งนั้นหมายความว่าการลงทุนครั้งต่อไปต้องได้กำไร  100% เพื่อคืนทุน ย้ำว่าได้แค่คืนทุน !! แต่กลับกันหากรู้จักการตัดขาดทุนตั้งแต่เมื่อเริ่มติดลบ  5% – 10% โอกาสการทำให้กลับมาคืนทุนนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไปนัก

หลักการดังกล่าวจากสามนักลงทุนระดับโลกนี้ แม้จะมีพื้นฐานการลงทุนในหุ้นที่ต่างกัน แต่วิธีคิดในการตัดขาดทุนเพื่อไม่ให้พอร์ตเสียหายและไม่ติดดอยนาน ๆ นั้นสามารถนำมาใช้ได้กับการลงทุนทุกรูปแบบ

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : เทรด Altcoins กำไรดีกว่า Bitcoin จริงหรือ?

Leave a comment

เกี่ยวกับ SuperCryptoNews

สื่อชั้นนำด้านบล็อกเชนและคริปโตในภูมิภาคเอเชีย นำเสนอข่าวสารด้านเทคโนโลยีและการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลอย่างรอบด้านและเจาะลึก ครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะสิงคโปร์และประเทศไทย

สมัครรับข่าวสารจาก SCN